ชามัทฉะกับเซนฉะ ต่างกันยังไงน่อ…?

Last updated: 2022-05-07  |  29 จำนวนผู้เข้าชม  | 

ชามัทฉะกับเซนฉะ ต่างกันยังไงน่อ…?

ว่าด้วยชาเขียวญี่ปุ่น ชามัทฉะกับเซนฉะ ต่างกันยังไงน่อ…?

มัทฉะกับชาเซนฉะ นั้นมีต้นกำเนิดมาจากประเทศญี่ปุ่นที่มีเรื่องราวยาวนานมาเป็นร้อยปีเลยทีเดียวชาสองชนิดนี้เป็นชาเขียวที่มีลักษณะต้นชาที่เหมือนกัน แต่ในความแตกต่างนั้น อยู่ในส่วนของวิธีการปลูก การผลิต และแปรรูปที่ต่างกัน

ชาเซนฉะ (Zencha Tea) โดยลักษณะทั่วไปแล้วชาเซนฉะ จะอยู่รูปแบบของชาใบ ที่ผ่านการตากแห้งมาแล้ว และถูกนำมาบดแบบหยาบ ในการชงดื่มชาเซนฉะนั้น ใบชาจะไม่สามารถละลายไปกับน้ำได้ การชงชาเซนฉะ (Zencha Tea) เราจะใช้วิธีการแช่และกรองใบชาเพื่อชงดื่ม การกรองนั้นทำได้ด้วยการต้มชาและกรองด้วยผ้าขาวสะอาด หรือให้อุปการณ์ชงอย่าง French press ในการแช่กรองชา ชาเขียวที่ได้ออกดื่มนั้น จะมีลักษณะเป็นชาเขียวใส ไม่ฝาด ไม่ขม มีความหอมนุ่มทีเดียว

ชามัทฉะ(Matcha) เป็นใบชาแท้มีลักษณะเป็นผงที่บดละเอียด ความคล้ายผงแป้งสามารถละลายน้ำได้ และ หากต้องการเพิ่มความพิเศษเพื่อให้ได้มัทฉะคุณภาพพรีเมี่ยมนั้น ในแบบฉบับเกษตรกรญี่ปุ่น ต้นชาจะถูกคลุมเพื่อให้โดนแสงแดดน้อยที่สุดหรือปลูกในร่มก่อนช่วงเก็บเกี่ยว 1 สัปดาห์ เพื่อให้ใบชาเก็บกรดอะมิโนที่เรียกว่า L- theanine (แอล-ธีอะนีน มีคุณสมบัติที่ช่วยให้ร่างกายผ่อนคลาย) เมื่อถึงช่วงเวลาเก็บเกี่ยวใบชาจะมีสีเขียวเข้มสดฉ่ำ ช่วยให้ใบชามีรสชาติหวานขึ้น ส่วนความขมและความฝาดลดลง  ซึ่งเมื่อถึงเวลาเก็บเกี่ยวใบชานั้นจะเก็บในส่วนของยอดใบชาอ่อนแค่สามใบแรกเท่านั้น และเก็บในช่วงเวลาเช้า หลังจากนั่นจะทำการแปรรูปมัทฉะด้วยวิธีการอบไอน้ำและเป่าใบชาให้แห้งน้ำในใบชาจะระเหยออกไปเอง เพื่อหยุดปฏิกิริยาออกซิเดชันที่จะไปเปลี่ยนองค์ประกอบทางเคมีของชาที่จะมีผลที่ทำให้ชาฝาดหรือเปลี่ยนสี และกลิ่นหอมของตัวชานั่นเอง วิธีการนี้ช่วยให้ใบชาไม่ศูนย์เสียคุณภาพ  ขั้นตอนสุดท้ายเพื่อให้ออกมาเป็นผงชามัทฉะที่สมบูรณ์แบบใบชาจะถูกนำไปบด(ในสมัยก่อนการบดจะบดด้วยครกหิน)ให้ละเอียดเหมือนแป้ง การชงชามัทฉะ ด้วยตัวผงชามัทฉะเมื่อทำการชงจะได้ชาเขียวที่เข้มข้น เราสามารถเลือกผสมผงชามัทฉะกับน้ำร้อน น้ำเย็น หรือนมเย็นได้ ในการชงด้วยน้ำร้อนอุณภูมิของน้ำร้อนควรอยู่ที่ 75องศาเพราะถ้าหากใช้น้ำร้อนจัดเกินไปจะทำให้รสชาติชามีความฝาดและขมมากขึ้น ในการผสมชาเพื่อตีชาให้เข้ากันเพื่อให้เกิดฟองชาที่เนียนนั้นเราควรใช้แปรงตีชา(Chasen) ซึ่งทั่วไปจะมีอยู่สองแบบ คือแบบไม้ไผ่ และเรซิน การตีชาจะตีเป็นรูปตัว W เพื่อช่วยให้ผงชามัทฉะละลายได้ดีที่สุด และเกิดฟองเนียนฟู 

วิธีการเก็บรักษาชาเซนฉะและชามัทฉะนั้นเพื่อรักษาคุณภาพไว้ให้ได้มากที่สุด เราควรเก็บในตู้เย็น ไว้ในภาชนะปิดทึบแสงและกันไม่ให้อากาศเข้าได้ เมื่อนำมาชงให้หลีกเลี่ยงการสัมผัสด้วยมือเปล่าเพราะมือของเราอาจจะมีความชื้นติดอยู่เมื่อสัมผัสกับชาจะทำให้เสียรสชาติ ให้ใช้ช้อนในการตักผงชามาชง และเมื่อเปิดถุงแล้วควรปิดให้สนิทโดยการปิดให้ไล่อากาศออกให้มากที่สุดเพื่อไม่ให้ความชื้นและอากาศเข้าไปในตัวชา หลีกเลี่ยงการโดนแสง ความร้อนและอากาศเป็นเวลานานๆ ในภาชนะที่เก็บชาต้องไม่มีกลิ่นอื่นๆคงค้าง เพราะตัวชาเองมีคุณสมบัตรในการดูดซับกลิ่น ถ้ามีกลิ่นที่แปลงปลอมชาก็จะดูดกลิ่นเข้าไปแล้วทำให้ผงชาเสียคุณภาพไปทันที


เรียบเรียงโดย Hillkoff Academy